วิถีชีวิตที่เลือกแล้ว "ม.ล. รุ่งคุณ กิติยากร" จากหนุ่มไฮโซชื่อดัง ผันตัวเองสู่ชาวไร่ ทำเกษตรปลูกผักกินเอง!

คอมเมนต์:

แม้ว่ารวยพันล้านแต่ก็ใช้ชีวิตติดดิน!

หมายเหตุ : สามารถรับชมคลิปเต็มได้ที่ด้านล่างบทความค่ะ 

        เป็นเกษตรกรเต็มตัว ม.ล. รุ่งคุณ กิติยากร ลูกชายคนโต อาภัสรา หงสกุล ใช้พื้นที่ 45 ไร่ ปลูกพืชผลไม้หลายชนิด (ชมคลิปท้ายข่าว)

        ในอดีตผู้คนอาจจะรู้จัก ม.ล. รุ่งคุณ กิติยากร หรือ หม่อมโจ้ ลูกชายของ “อาภัสรา หงสกุล” นางงามจักรวาลคนแรกของเมืองไทย กับอดีตสามี “ม.ร.ว. เกียรติคุณ กิติยากร” ในภาพลักษณ์บุคคลที่อยู่ในสังคมไฮโซ แต่หลายปีมานี้ เจ้าตัวซึ่งเคยบวชพระสายวัดป่ามาหลายพรรษา ตัดสินใจมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว

 

Sponsored Ad

 

        นอกจากนี้ ม.ล. รุ่งคุณ กิติยากร หรือ หม่อมโจ้ ยังเป็นคุณพ่อที่มีหนุ่มน้อย ด.ช. กัสสป อยู่เคียงข้าง พร้อมด้วยภรรยาสุดสวย “กิ๊บ-บุรีรัตน์ พรมดาว” ที่อายุอ่อนกว่าเกือบ 20 ปี โดยใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่สวน “Roong Organic” แถวปากช่อง มีเนื้อที่กว้างขวางถึง 45 ไร่ และปลูกผลหมากรากไม้หลากหลายชนิด

 

Sponsored Ad

 

        ซึ่งตอนนี้เก็บผลผลิตออกขายได้แล้ว โดยเฉพาะมะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์ที่เป็นอินทรีย์ ใช้ชื่อแบรนด์ “Roong Organic” สวนนี้เป็นสมาชิกของโครงการสามพรานโมเดลด้วย และทุกวันเสาร์-อาทิตย์ คุณกิ๊บจะไปทำหน้าที่ขายมะละกอที่ตลาดสุขใจ ซึ่งมีลูกค้าประจำมาอุดหนุนตลอด

        ชี้ทำเกษตรอินทรีย์ไม่ยาก หม่อมโจ้ แจกแจงให้ฟังว่า ผลไม้หลักๆ ที่ออกปริมาณเยอะเลยคือ มะละกอฮอลแลนด์ ประมาณ 30% นอกนั้นก็มีกล้วย มีมะม่วง กล้วย 3 ชนิด มีกล้วยหอม กล้วยน้ำว้า อีกแปลงเป็นกล้วยผสมหลายอย่าง ส่วนมะม่วงมี มะม่วงน้ำดอกไม้ มะม่วงอกร่อง รวมทั้งมีส้มและมะนาวนิดหน่อย

 

Sponsored Ad

 

        เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปของการสละชีวิตสุขสบายในเมืองกรุงมาเป็นชาวสวนว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี 2557 ช่วงนั้น ไม่ได้ทำงานกับบริษัทที่กรุงเทพฯ และต้องการงานใหม่ เลยคิดว่าน่าจะทำอะไรกับที่ดินแถวปากช่องที่ซื้อไว้ 10 กว่าปีแล้ว

        ซึ่งไม่ใช่ที่ดินมรดก ตอนซื้อราคาไม่เท่าไร เป็นไร่มันสำปะหลัง จากตัวอำเภอปากช่องไปทางลำตะคอง เลยถนนใหญ่เข้าไปประมาณ 15 กิโลเมตร ทางเข้าลึกพอสมควร แต่ก่อนไม่ได้คิดมาทำการเกษตร ซื้อไว้เพราะคิดว่าพออายุเยอะแล้วก็อยากอยู่เงียบๆ ไว้ไปปฏิบัติธรรมประจวบกับตอนนั้นเกิดเหตุน้ำท่วม และคิดว่าเมื่อมีความจำเป็นจะทำอย่างไร ให้อยู่ได้ด้วยการพึ่งตัวเอง โดยเน้นในเรื่องอาหารที่เรากิน เราอิ่ม และเน้นที่เราชอบ พอเริ่มมาทำมาศึกษาก็คิดปลูกผลไม้ที่ชอบรับประทานก่อน

 

Sponsored Ad

 

        สาเหตุที่เริ่มจากมะละกอเป็นอย่างแรก เพราะปลูกไม่นานก็มีผลขายได้แล้ว ถ้าเป็นมะม่วงใช้เวลา 3 ปี ไม้ใหญ่ๆ จะใช้เวลานาน เลยเอามะละกอที่สามารถทำรายได้ให้ก่อน ใช้เวลาไม่กี่เดือน ประมาณ 8 เดือน ถ้าตอนมาจากต้นอีก 2 เดือน ก็ออกแล้ว ดังนั้น จึงเริ่มจากผลไม้ที่ออกลูกเร็วก่อน ไม่อย่างนั้นจะไม่มีเงินเข้า

 

Sponsored Ad

 

        เจ้าของสวนรุ่งออร์แกนิกเล่าถึงที่มาที่ไปของการมาทำสวนเกษตรอินทรีย์ว่า เดิมนั้นวางแผนจะปลูกมะละกอ พอดีเพื่อน คือ คุณอรุษ นวราช เจ้าของโรงแรมสามพราน ริเวอร์ไซด์ จัดสัมมนาเกี่ยวกับเรื่องเกษตรอินทรีย์ ซึ่งครั้งนั้นเน้นเฉพาะผัก จึงได้เข้าร่วมด้วย พร้อมนำความรู้เหล่านั้นไปประยุกต์ใช้กับผลไม้

        หม่อมโจ้ แจกแจงถึงขั้นตอนการทำเกษตรอินทรีย์ว่า ตอนแรกก่อนจะทำจริง เหมือนว่ายาก เพราะเวลาไปอ่านหนังสือไปศึกษาหาความรู้ มีการกำหนดต้องมีอย่างนั้นอย่างนี้ ต้องมีอะไรบ้าง

 

Sponsored Ad

 

        พอไปทำจริงๆ ไม่ได้ยากอย่างนั้น แต่ต้องเข้าใจ ต้องรู้จักพืชว่าโดยธรรมชาติชอบอยู่อย่างไร เกษตรกรแค่ทำสิ่งแวดล้อมให้ระบบนิเวศเป็นแบบที่พืชผลไม้ชอบและมีความสุขตรงนั้น แล้วจะให้ผลผลิตออกมา คือไม่ได้บังคับให้ออกนอกฤดู แค่เลี้ยงให้อยู่ดีมีความสุขเหมือนคน ทำให้แฮปปี้

Sponsored Ad

        แนะต้องเลือกพันธุ์ที่ดี กับคำถามที่ ดูแลและบำรุงอย่างไร เพื่อให้มะละกอออกผลผลิตดี มีคุณภาพ 

        หม่อมโจ้ แจกแจงว่า แทบจะไม่เป็นห่วงเรื่องแบบนั้นเลย คือจริงๆ แล้ว เน้นในการสร้างระบบนิเวศที่มีความหลากหลายและมีความสมบูรณ์ทางด้านจุลินทรีย์และดิน อย่างแรก พันธุ์ที่นำมาปลูกสำคัญ อย่างที่สวนเรื่องแมลงไม่ค่อยได้ใช้อะไร ก็มีจุลินทรีย์ที่ใช้เพื่อควบคุมศัตรูพืช

        “เอาเข้าจริงๆ ถึงมีแมลงมา แต่ก็ไม่เป็นอะไร เป็นโรคนิดๆ หน่อยๆ เหมือนกับคน นึกถึงตัวเรา ถ้าแข็งแรงพอไปโรงพยาบาลไปเจอโรคก็ไม่เป็นอะไร แต่ถ้าเราอ่อนแอไปโรงพยาบาลก็อาจจะเป็นโรคได้”

        หม่อมโจ้ อธิบายถึงการทำปุ๋ยอินทรีย์แบบง่ายๆ ที่ไม่ใช่ปุ๋ยพืชสดว่า เนื่องจากพื้นที่แถวนั้นมีต้นกระถินที่ขึ้นเองทั่วไปหมด จึงตัดแล้วนำมากองไว้ ไม่นานจะมีด้วงเข้ามาอยู่และขี้ออกมา เป็นปุ๋ยขี้ด้วงที่เกิดจากกองกระถินก็ใช้ปุ๋ยขี้ด้วงนั้นไปใส่เป็นปุ๋ยให้ที่ต้นมะละกอ ซึ่งหากมีไนโตรเจนสูง เมื่อไปวัดค่า จะรู้ว่าขาดอะไร ถ้าจะเพิ่มความหวานก็ใช้ขี้เถ้ามาโรย

        หม่อมโจ้ บอกว่า การทำเกษตรอินทรีย์ในเบื้องต้น ขอให้มองในเชิงเคมี แต่นำวัตถุอินทรีย์มาใช้มาทดแทนเคมี เหมือนกับที่ว่า จะใช้ปุ๋ยเคมีต้องใส่เท่านั้นเท่านี้ พอมาทำจริงก็ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งไม่ได้ใส่มากมายอะไร

        อย่างที่เจ้าของสวน “Roong Organic” บอกไว้ว่า พันธุ์เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งกว่าหม่อมโจ้จะได้มะละกอฮอลแลนด์พันธุ์ดีๆ อย่างทุกวันนี้ ก็ต้องเสียเวลาไปเป็นปี เพราะก่อนหน้านี้ เขานำมะละกอจากฟาร์มมาเพาะ 2,000 กว่าต้น แต่รสชาติไม่ดี เนื่องจากเป็นพันธุ์ไม่ค่อยแข็งแรง และติดโรคระบาดง่าย

มคลิป

คลิปเปิดไม่ออก >>>> กดตรงนี้คลิ๊ก<<<

ข้อมูลและภาพ จาก truststoreonline

บทความที่คุณอาจสนใจ